รีเซต

ผลการค้นหา “You And My Stars” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
OMG! รักจังวะ..ผิดจังหวะ
ดู

OMG! รักจังวะ..ผิดจังหวะ

ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว
ดู

ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว

Rolls, Rolls, I Love You
ดู

Rolls, Rolls, I Love You

ด้วงกับเธอ
ดู

ด้วงกับเธอ

DOC - In Your Hands
ดู

DOC - In Your Hands

หมา เป้าหมาย และเด็กชายของผม 2
ดู

หมา เป้าหมาย และเด็กชายของผม 2

มี บีฟอร์ ยู
ดู

มี บีฟอร์ ยู

ประวัติ ป๋อ ศุภการ จิรโชติกุล
อ่าน

ประวัติ ป๋อ ศุภการ จิรโชติกุล

ประวัติ ป๋อ ศุภการ จิรโชติกุล ป๋อ ศุภการ จิรโชติกุล เกิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2545 จิตวิญญาณศิลปินของเขาเริ่มต้นมาตั้งแต่วัยเพียง 9 ขวบ จากจุดเล็กๆ อย่างการเป็นนักร้องคอรัสในวงดนตรีโรงเรียน ก่อนที่เขาจะเริ่มเดินหน้าทำตามความฝันอย่างจริงจังด้วยการเข้าเรียนร้องเพลงตอนชั้น ม.3 และก้าวสำคัญคือการได้เข้ามาเป็นศิลปินฝึกหัดของค่าย 4NOLOGUE ซึ่งเป็นสถานที่ที่หล่อหลอมและฝึกฝนทักษะพื้นฐานให้เขาอย่างหนัก ทั้งการร้อง การเต้น และการแสดง จนกลายเป็น ป๋อ ศุภการ ที่ครบเครื่องอย่างที่เราเห็นในวันนี้ ประวัติ ป๋อ ศุภการ จิรโชติกุล ป๋อ ศุภการเริ่มกลายเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงอย่างมากเมื่อเขาเข้าร่วมรายการเซอร์ไววัลเฟ้นหาบอยแบนด์อย่าง LAZ iCON ซึ่งในรายการนี้ ป๋อได้แสดงศักยภาพที่โดดเด่นออกมาให้เราเห็นในทุกโชว์ แม้ว่าในตอนท้ายเขาจะพลาดโอกาสในการเดบิวต์ร่วมกับรายการไปอย่างน่าเสียดาย แต่ด้วยความสามารถที่ไม่ธรรมดาและออร่าเปล่งประกาย ทำให้ภายหลังเขาได้เดบิวต์เป็นหนึ่งในสมาชิกวง DVI (ดี-วาย) บอยแบนด์คุณภาพที่มีผลงานเพลงฮิตออกมาให้แฟน ๆ ได้ติดตามกันอยู่พักใหญ่ หลังจากหมดสัญญากับวง ป๋อ ศุภการ ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เขากำลังเริ่มต้นความท้าทายใหม่ในบทบาทของนักแสดง ซึ่งดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเข้าข้างคนขยัน เพราะตอนนี้เขาได้รับโอกาสในงานแสดงมากขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มมีผลงานซีรีส์น้ำดีจ่อคิวรอให้แฟนคลับได้รับชมกันอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งหนุ่มคุณภาพที่เราต้องจับตามองเลยว่าในฐานะนักแสดงเขาจะถ่ายทอดอารมณ์และเรื่องราวออกมาได้กินใจเราแค่ไหน เตรียมรอซัพพอร์ตผลงานชิ้นต่อไปของเขากันได้เลย ผลงานการแสดง ซีรีส์ กี่หมื่นฟ้า Your Sky Series รับบท พันลี้ ซีรีส์ ด้วงกับเธอ Duang With You Series รับบท ฉิน ผลงานเพลง ในนามวงDVI Sugar DVI Second Chance DVI เพื่อน ​(แอบ) รัก DVI To The Top - PSYCHIC FEVER from EXILE TRIBE feat. DVI ในนามวง DEXX CLANG CLANG อกหักเป็นเพื่อนเธอ (BESIDE YOU) SKINSHIP ไอจี ป๋อ ศุภการ @porsuppakarn https://www.instagram.com/porsuppakarn/ ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม porsuppakarn

ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้
ดู

ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้

"เจโน่-แจมิน" เปิดตัวในฐานะยูนิตใหม่ NCT JNJM พร้อมมินิอัลบั้มแรก 'BOTH SIDES'
อ่าน

"เจโน่-แจมิน" เปิดตัวในฐานะยูนิตใหม่ NCT JNJM พร้อมมินิอัลบั้มแรก 'BOTH SIDES'

NCT JNJM (เอ็นซีที เจโน่แจมิน) เดบิวต์ในฐานะยูนิตอย่างเป็นทางการ ด้วยมินิอัลบั้มชุดแรก BOTH SIDES (โบท ไซด์ส) ผลงานที่นำเสนอการผนึกกำลังของทั้งสองสมาชิก JENO (เจโน่) และ JAEMIN (แจมิน) ที่ความแตกต่างกลายเป็นจุดแข็งของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง JENO (เจโน่) และ JAEMIN (แจมิน) คือการรวมตัวที่ดีที่สุด จากการทำงานร่วมกันมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่สมัยเป็นเด็กฝึกหัดและการทำกิจกรรมโปรโมตมากมายของ NCT (เอ็นซีที) และ NCT DREAM (เอ็นซีที ดรีม) อีกทั้งในเดือนมกราคมปี 2026 ทั้งสองสมาชิกยังโชว์ทักษะการแสดงและเคมีที่เข้ากันอย่างลงตัว ผ่านการรับบทเป็นนักแสดงนำในละครสั้นเรื่อง WIND UP ซึ่งตอกย้ำถึงพลังในระดับโลกของพวกเขาด้วยการสร้างสถิติยอดวิวสะสมทะลุ 5 ล้านวิวภายในเวลาเพียง 5 วันหลังจากปล่อยออกมา ด้วยยูนิต NCT JNJM (เอ็นซีที เจโน่แจมิน) ทั้งสองสมาชิกจะแสดงภาพลักษณ์ด้านใหม่ ๆ ที่แตกต่างจาก NCT (เอ็นซีที) และ NCT DREAM (เอ็นซีที ดรีม) พร้อมพิสูจน์ถึงความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดในศักยภาพของพวกเขาผ่านแง่มุมที่หลากหลายทางดนตรี โดย JENO (เจโน่) ได้เผยความรู้สึกถึงการปล่อยอัลบั้มในฐานะยูนิตว่า ผมดีใจที่จะได้แบ่งปันผลงานที่ยอดเยี่ยมเพื่อตอบแทนการรอคอยของแฟน ๆ และผมเองก็ตั้งตารอด้านใหม่ ๆ ของพวกเราที่จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นกันในอนาคตครับ ทางด้าน JAEMIN (แจมิน) กล่าวว่า ​​เพราะพวกเราอยู่ด้วยกันมานานแล้ว ผมอยากจะบอกว่าเคมีของพวกเรานั้น นี่แหละความสมบูรณ์แบบ อัลบั้มนี้รวบรวมทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความเซ็กซี่และความน่ารัก ไปจนถึงความสง่างามและความอ่อนโยน พวกเราจะแสดงเสน่ห์ทั้งหมดที่แฟน ๆ รอคอย ดังนั้น โปรดติดตามกันด้วยนะครับ ! มินิอัลบั้มชุดแรก BOTH SIDES (โบท ไซด์ส) มาพร้อมคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับ สองด้าน โดยประกอบด้วยทั้งหมด 6 เพลง ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการสร้างความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของ JENO (เจโน่) และ JAEMIN (แจมิน) ที่มีเสน่ห์ตรงข้ามกัน และต่างฝ่ายต่างแสดงสีสันเฉพาะตัวออกมาได้อย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงกันราวกับเป็นหนึ่งเดียว สำหรับเพลงไตเติลที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้มอย่าง BOTH SIDES (โบท ไซด์ส) เป็นเพลงแนวฮิปฮอปแดนซ์ที่ผสมผสานเสียงร้องและแรปอันเฉียบคมเข้ากับดีไซน์เสียงที่ดึงดูดใจและจังหวะกลองที่ไพเราะ เนื้อเพลงสื่อออกมาอย่างสดใสเกี่ยวกับการมัดใจอีกฝ่ายด้วยเสน่ห์สองด้านที่แตกต่างกัน ชวนให้ผู้ฟังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจในการต้องเลือกความสุขที่ไม่ควรพลาดสักด้าน ซึ่งในมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ จะเน้นไปที่การแข่งขันสุดสนุกของ JENO (เจโน่) และ JAEMIN (แจมิน) ที่พยายามเอาชนะใจคนที่เข้าถึงยาก ไม่เพียงเท่านี้ นักออกแบบท่าเต้นระดับโลก Rie Hata ได้มาร่วมออกแบบท่าเต้นของเพลงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น อัลบั้มนี้ยังส่งต่อพลัง ความมั่นใจในฐานะศิลปิน และการสนับสนุนความฝันผ่านเพลงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น I.D.O.L. (ไอดอล) เพลงป็อปจังหวะเร็วแนวไมอามีเบส สะท้อนถึงทัศนคติที่มั่นใจของไอดอลที่สะกดทุกสายตาด้วยคอนเซปต์และตัวตนบนเวทีที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ, เพลงฮิปฮอป HASHTAG (แฮชแท็ก) ที่นำซาวนด์ฮิปฮอปทางใต้ช่วงปลายยุค 2000 มาตีความใหม่ในรูปแบบที่ทันสมัย บ่งบอกถึงความมั่นใจที่จะแสดงเสน่ห์อันไร้ขีดจำกัดให้สมกับแฮชแท็กมากมายที่ส่งมาถึงตัวเอง และเพลงฮิปฮอปเปี่ยมพลัง WIND UP (ไวนด์ อัป) เนื้อเพลงเปรียบกับ WIND UP หรือท่าขว้างลูกในกีฬาเบสบอล พูดถึงการเชื่อมั่นในตนเองและการขว้างลูกบอลอย่างสุดกำลังไปสู่ความฝัน เพื่อมอบกำลังใจให้วัยรุ่นทุกคนก้าวไปข้างหน้า รวมถึงเพลงที่เผยให้เห็นเคมีอันน่าทึ่งซึ่งพบได้แค่ในฐานะยูนิตเท่านั้นอย่าง What It Is (ว้อท อิท อีส) เพลงป็อปอาร์แอนด์บีที่เนื้อเพลงทั้งหมดแต่งโดย JAEMIN (แจมิน) บรรยายถึงความวุ่นวายใจในช่วงเวลาที่คนสองคนตกหลุมรักกัน และการที่สิ่งเร้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดอันแสนลึกซึ้ง สุดท้ายกับเพลงแนวฮิปฮอปแดนซ์ sexier (เซ็กซิเออร์) บอกเล่าถึงความกล้าที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ต่างดึงดูดเข้าหากันและกัน

"มิว ศุภศิษฏ์" พาไปสัมผัสช่วงเวลาสุดพิเศษ ในงาน "Route Love Rhythm" Special B Day Fan Meet
อ่าน

"มิว ศุภศิษฏ์" พาไปสัมผัสช่วงเวลาสุดพิเศษ ในงาน "Route Love Rhythm" Special B Day Fan Meet

นับเป็นโมเมนต์แห่งความประทับใจ ที่ครอบครัว Mewlions ได้สัมผัสด้วยหัวใจมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา สำหรับการจัดงานแฟนมีตติ้งวันเกิดของศิลปินหนุ่ม "มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์" ที่ในปีนี้เขาได้พาแฟน ๆ ไปสัมผัสช่วงเวลาแห่งการเดินทาง ที่เต็มไปด้วยความหมายสุดพิเศษ กับงาน "Route Love Rhythm" Special B Day Fan Meet ที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2026 ที่ผ่านมา ทั้งหมด 3 รอบการแสดง ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ "มิว ศุภศิษฏ์" พาไปสัมผัสช่วงเวลาสุดพิเศษในงาน "Route Love Rhythm" Special B Day Fan Meet ซึ่งหนุ่ม "มิว ศุภศิษฏ์" ก็จัดหนักจัดเต็มนำบทเพลงต่าง ๆ มามอบความสุขให้แฟนคลับได้ฟังกันอย่างจุใจทั้ง Absence, Our Time, Miss Esme, Lucky To Have You, บรรเทา, Dont Wanna Please The World, Die With A Smile, Senorita, ต้องชอบแค่ไหน, Set Fire To The Rain และ Season Of You นอกจากนี้หนุ่มมิว ยังเตรียมของขวัญสุดพิเศษมามอบให้กับแฟนคลับผู้โชคดีมากมาย รวมถึงยังมีการร่วมประมูลพรมถักที่หนุ่มมิวลงมือทำด้วยตัวเองอีกด้วย โดยอีกหนึ่งความพิเศษที่ "มิว ศุภศิษฏ์" ได้มอบเป็นของขวัญให้กับครอบครัว Mewlions ได้อิ่มเอมใจกันสุด ๆ นั่นก็คือ แขกรับเชิญทั้ง 3 รอบการแสดงที่ไม่ซ้ำกันเลยสักรอบ ไม่ว่าจะเป็น 2 หนุ่มน้องรัก "มอส-แบงก์" สาวสวยเจ้าเสน่ห์ "โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์" โปรดิวเซอร์คนเก่ง "ABOY" น้องรักที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง "แฟรงค์ ธนัตถ์ศรันย์" สาวแซ่บอารมณ์ดี "ติช่า กันติชา" และแขกรับเชิญที่ดีต่อใจเหลือเกิน ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก "ตุลย์ ภากร" ที่มาร่วมโชว์โมนเมนต์แห่งความประทับใจ ให้บรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความรักอันอบอุ่นของทั้งคู่ และไฮไลต์สำคัญของงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ก็คือ ในรอบสุดท้ายหนุ่มมิว ได้เปิดตัวซิงเกิลใหม่ "Imperfect" ให้แฟน ๆ ได้ฟัง และดูมิวสิกวิดีโอพร้อมกันเป็นครั้งแรก ซึ่งเพลงนี้เขาได้ลงมือสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง ทั้งเนื้อร้องและทำนอง โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากคนสำคัญข้างกาย ที่ทั้งคู่ได้ใช้เวลาต่าง ๆ ร่วมกัน งานนี้บอกเลยเป็นความหวานที่ทำให้ทุกคนต่างอมยิ้มตามกันจนแก้มแทบปริ เป็นการปิดท้ายงานแฟนมีตติ้งวันเกิดในครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนงดงามที่ยากจะลืมเลือน อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ว้าว... มิว ตุลย์ ทริปอียิปต์หวานมาก "มิว ศุภศิษฏ์" ชวนสัมผัสเส้นทางสุดพิเศษ "Route Love Rhythm" Special B Day Fan Meet วันเกิดกับงานสำคัญ มิว ศุภศิษฏ์ ชวนร่วมงาน Special B Day Fan Meet

ประวัติ ตี๋ตี๋ วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ
อ่าน

ประวัติ ตี๋ตี๋ วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ

ประวัติ ตี๋ตี๋ วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ ตี๋ตี๋ วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2548 เส้นทางสายกิจกรรมของเขาเริ่มฉายแววมาตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษา โดยเขาเคยเข้าร่วมโครงการระดับประเทศอย่าง TO BE NUMBER ONE IDOL ซึ่งเปรียบเสมือนโรงเรียนฝึกหัดแห่งแรกที่ทำให้เขาได้บ่มเพาะทักษะรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง การเต้น การแสดง รวมถึงการพัฒนาบุคลิกภาพให้โดดเด่นจนกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งให้เขาก้าวเข้าสู่บ้านดูมันดิได้อย่างสง่างาม ประวัติ ตี๋ตี๋ วันพิชิต นิมิตภาคภูมิ ชื่อของ "ตี๋ตี๋" เริ่มเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้นและกลายเป็นไวรัลในหมู่แฟนคลับจากการร่วมรายการ DMD Friendship the Reality รายการที่เผยให้เห็นตัวตนจริง ๆ ของเหล่าศิลปินฝึกหัด ความเป็นธรรมชาติและความน่ารักขี้เล่นของเขาทำให้แฟน ๆ ตกหลุมรักได้ไม่ยาก และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามีฐานแฟนคลับที่คอยซัพพอร์ตอย่างเหนียวแน่น หลังจากจบรายการ ตี๋ตี๋ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ รอนาน เขาเริ่มชิมลางงานแสดงด้วยบทบาทสมทบในซีรีส์เรื่อง "กี่หมื่นฟ้า" ซึ่งแม้จะเป็นบทสนับสนุนแต่เขาก็ถ่ายทอดออกมาได้น่าประทับใจ และที่ทำเอาแฟนคลับตื่นเต้นที่สุดคือโปรเจกต์ที่ตี๋ตี๋กำลังจะก้าวขึ้นมารับบทนำเต็มตัวในซีรีส์เรื่อง "ด้วงกับเธอ" (Duang With You Series) ด้วยความสามารถที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งประกอบกับเสน่ห์เฉพาะตัว เชื่อได้เลยว่าชื่อของ "ตี๋ตี๋ วันพิชิต" จะกลายเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการซีรีส์ไทยในเวลาไม่นาน แฟน ๆ รอชมผลงานและส่งกำลังใจให้หนุ่มน้อยคนนี้กันได้เลย! ผลงานการแสดง ซีรีส์ กี่หมื่นฟ้า Your Sky Series รับบท ใกล้ใจ บริรัตน์ ซีรีส์ ด้วงกับเธอ Duang With You Series รับบท ด้วง ผลงานเพลง ในนามวง DEXX CLANG CLANG อกหักเป็นเพื่อนเธอ (BESIDE YOU) SKINSHIP ไอจี ตี๋ตี๋ วันพิชิต @twnpich https://www.instagram.com/twnpich/ ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม twnpich

"ดัง พันกร" โสดมา 46 ปี ยอมรับมองภาพตัวเองมีคู่ไม่ออก
อ่าน

"ดัง พันกร" โสดมา 46 ปี ยอมรับมองภาพตัวเองมีคู่ไม่ออก

จากอดีตสามีแห่งชาติ สู่แม่นาย "ดัง พันกร บุณยะจินดา" โสดมา 46 ปี ชีวิตนี้ไม่เหมาะจะมีแฟนจริงไหม ? เปิดใจถึงเส้นทางชีวิต การเปลี่ยนผ่านตัวตน ความสัมพันธ์กับครอบครัว การมองความรักในมุมที่ไม่เหมือนเดิม และการเลือกใช้ชีวิตที่ไม่ยึดติดกรอบ สันโดษแต่ชอบสังคม ในรายการ "How Are You Feeling?" บทสนทนาที่ชวนให้กลับมาถามใจตัวเองว่าวันนี้เราอยู่กับตัวเองอย่างเข้าใจแล้วหรือยัง "ดัง พันกร" โสดมา 46 ปี ยอมรับมองภาพตัวเองมีคู่ไม่ออก เป็นนักร้องที่เป็นลูกอธิบดีกรมตำรวจชื่อดังใคร ๆ ก็รู้จัก ในวันนั้นอึดอัดไหม ?ดัง พันกร : ก็จริง ๆ แล้วเราไม่มีช้อยส์อื่นที่จะเลือก คือเหมือนกับว่าเราเกิดมาแบบนั้นอยู่แล้ว ใช้ชีวิตแต่การดำเนินชีวิตทุกอย่างมันก็เป็นในสิ่งที่คุณพ่อเราก็อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว คือเราก็ไม่ได้รู้ว่ามันทางอื่นมันเป็นทางไหนบ้าง ถามว่าอึดอัดไหม ก็ไม่ได้อึดอัดเพราะเราเติบโตมาแบบนั้น ก็เลยรู้สึกว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ เหมือนกับคุณพ่อเป็นตำรวจเป็นหรือว่าจะเป็นอธิบดีกรมตำรวจ เราต้องรู้สึกยังไงไหม ก็รู้สึกว่าเราก็ยังเป็นลูกคุณพ่อเหมือนเดิม คุณพ่อดุไหม ?ดัง พันกร : คุณพ่อใจดีมากครับ คนอื่นจะกลัวหมด ถ้าเป็นคนนอกหรือเพื่อนเองก็จะกลัว แต่ว่าพอได้มาสัมผัสแล้วคุณพ่อก็จะเป็นคนที่ตรงกันข้าม ซึ่งเราไม่เคยมองมุมพ่อดุอยู่แล้ว คุณพ่อจะเป็นคนที่ใจดี นุ่มนวล สุภาพ จะไม่ค่อยดุ แล้วก็เวลาอยากจะได้อะไร พี่ ๆ น้อง ๆ พี่เอพี่ดาวก็จะไปขอคุณพ่อ คุณพ่อจะเป็นคนใจดี ส่วนคุณแม่จะเป็นคนเข้มงวด คุณแม่ก็จะเป็นคนที่ดุหน่อย จะดุแบบจนลูก ๆ กลัว อย่างนี้ดีกว่า เป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน เป็นลูกชายคนเล็ก ?ดัง พันกร : เป็นลูกหลงด้วย เพราะว่าจะห่างจากพี่ ๆ เขา ห่างจากพี่ดาว 6 ปี ครอบครัวมีความคาดหวังกับกับดังเยอะไหม ?ดัง พันกร : ไม่คาดหวัง เพราะว่าเรียนก็ไม่ค่อยเก่ง คือเป็นคนไม่ตั้งใจเรียนอย่างนี้ดีกว่า คือเรียนได้ เรียนดีแต่ว่าไม่ค่อยได้ตั้งใจเรียน คือตั้งแต่เด็กเป็นคนที่ชอบเล่นสนุกชอบคุย ก็เลยมีคาแรคเตอร์มาตั้งแต่เด็กเลย เหมือนกับเป็นคนอารมณ์ดี แล้วเราก็รู้สึกว่าไม่ทำทุกอย่างให้มันซีเรียส จะไม่ได้มีการกดดันว่า ดังจะต้องเรียนให้ได้ที่ 1 นะ ถ้าไม่เข้มงวดเรื่องการเรียนคุณแม่เข้มงวดเรื่องอะไร ?ดัง พันกร : เข้มงวดเรื่องของการใช้ชีวิต อย่างเช่นการทำสีผมสมัยวัยรุ่นจะไปทำสี ชอบอะไรที่มันไม่เหมือนชาวบ้านเขา ไปทำสีเขียว ทำไฮไลท์ทำตั้งแต่เด็กครับ เขาก็จะห้าม จะดุ ทำไมตอนอายุ 10 ขวบถึงขอที่บ้านไปเรียนต่อเมืองนอก ?ดัง พันกร : ด้วยความที่เราไม่ได้รักในการเรียนขนาดนั้น ก็รู้สึกว่า 1 คือไม่ชอบตื่นเช้า ก็เป็นนิสัยที่มาอยู่ปัจจุบันนี้เหมือนกันคือไม่ชอบตื่นเช้า บ้านมืดมาก ?ดัง พันกร : ใช่ ๆ ชอบความมืดมาก โดยเฉพาะเวลานอนต้องมืดสนิท ต้องเงียบสนิทด้วย เพราะตื่นง่ายแล้วก็หลับยาก มีใครไปด้วยไหม ?ดัง พันกร : ไม่มี ก็คือคุณพ่อคุณแม่ไปส่ง ตอนนั้นก็จะมี ก.พ. ก็จะมีดูแลนักเรียนไทยอยู่ ก็นั่งแท็กซี่ไปส่งที่โรงเรียนเท่านั้นแหละน้ำตาก็ร่วงมา แต่เราเดินกลับไม่ได้แล้ว ไปแล้วก็ต้องไปเลย ก็ต้องอยู่ เป็นยังไงบ้าง เข้าโรงเรียนประจำก่อน ?ดัง พันกร : ก็เหมือน Harry Potter ยังไงอย่างงั้นเลย แต่ว่าไม่ได้สนุกเท่า Harry Potter มีชีวิตในโรงเรียนประจำเป็นยังไง ?ดัง พันกร : คือมีกฎระเบียบชัดเจน ต้องตื่นกี่โมง ตื่นแล้วจะต้องลงมาหน้าแปรงฟันพร้อมกัน ต้องทานอาหารเช้าพร้อมกัน ไหนอิสระที่เราถามถึง ?ดัง พันกร : ไม่มีเลย ตอนเด็กเราก็จะปรับตัวยากมาก คือตอนนั้นก็ซ่าเหมือนกัน คือโรงเรียนแรกที่ไปเลย คุณแม่เขาก็อยากให้เรียนแบบตั้งใจเรียนภาษาก่อน ก็คือมีเรียนอยู่ 2 คน ชายแล้วก็เป็นโรงเรียน Private ก็คือเช้าไปเรียน เย็นก็ไปอยู่กับ family ก็เป็น family ที่ดีทุกอย่างดีหมด แต่ว่ามันอยู่ในฟาร์ม เขาทำฟาร์มใหญ่ สิ่งที่เรากลัวที่สุดคือที่บ้านไม่ผูกพันกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด หันซ้ายก็สะดุ้ง หันขวาก็สะดุ้งอะไรอย่างนี้ แล้วคือสัตว์ที่เรากลัวที่สุดคือแมว คือเราไม่ได้คุ้นชินกับเขามาตั้งแต่เด็ก ก็เลยรู้สึกว่ากลัว กลัวทั้งบ้านคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว ไม่ชอบสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเลย เลี้ยงได้แค่ปลาเพราะว่าเราไม่ต้องเอามือไปจับ แต่บ้านโฮสต์มีแมว ?ดัง พันกร : มีทั้งแมว มีทั้งม้า มีทั้งแกะ มีทั้งวัว มีหมาอะไรอย่างนี้ แต่ว่าอยู่ได้ 2 วัน ก็อาศัยตอนแม่บ้านเผลออย่างนี้ เป็นเหมือนในหนังเลยก็วิ่งแอบมาหยิบโทรศัพท์ ก็กด ๆ โทรหาที่บ้านเลย คอมเพลนว่าแม่อยู่ไม่ได้จริง ๆ เด็กมากเราก็อารมณ์แบบไม่เอาแล้ว แม่ก็เลยแจ้ง ก.พ. ไปว่าขอย้ายไปโรงเรียนที่มันแบบมีเด็กนักเรียนมากกว่านี้หน่อย ไม่มีแมว ตอนแรกเรียนภาษาก่อน ก่อนที่จะเข้าเรียนจริง ก็เลยย้ายไปอีกโรงเรียนหนึ่ง ซึ่งโอเคอันนี้มีคนไทยด้วย แล้วก็เป็นโรงเรียนสหะ แล้วก็เป็นโรงเรียนประจำที่มีกิจลักษณะ คือมีเด็กนักเรียนมีอะไรอย่างนี้ สังคมโรงเรียนจริง ๆ ให้ย้อนกลับไปจะเลือกไปอยู่เมืองนอกเหมือนเดิมไหม ?ดัง พันกร : ในเมื่อที่มันย้อนกลับไปไม่ได้ ก็คงเลือกเหมือนเดิม เพราะว่ามันก็ทำให้เรามีวันนี้ เพราะถ้าย้อนกลับไปมันทุกอย่างมันอาจจะเปลี่ยนไปหมดเลย ดีแล้วที่เราได้ไป ก็คือโอเคเพราะว่ามันผ่านมาแล้ว ตอนเราเรียนมันไม่ได้ได้สนุกหรอก แต่พอเรามองย้อนกลับไปมันก็สนุกดี มันเปลี่ยนอะไรเราบ้าง ?ดัง พันกร : มันเปลี่ยนในลักษณะของความมีระเบียบวินัย เพราะว่าเด็ก ๆ เราบางทีเราก็อาจจะดื้อมากจนพ่อแม่เราอาจจะรู้สึกว่าต้องจับสั่งสอนมันซะหน่อย ทำไมพอกลับมาแล้วถึงเป็นนักร้องได้ดัง พันกร : ด้วยความที่ว่าเรามีความตั้งใจอยากเป็นนักร้อง ก็คือทุกครั้งที่กลับมา หรือไม่ก็ทุกที่ ๆ เรารู้ว่ามีโอกาสได้ไปเจอใครที่เป็นนักร้อง หรือมีช่องทางไหนที่เราสามารถไปออดิชั่นก็จะไปตลอด ซึ่งเด็ก ๆ คุณแม่ก็จะตามตัวอะไรกันลำบากอยู่แล้ว เราก็แค่ไปร้องเพลง เข้าไปเทสต์เสียงตามค่ายเพลงต่าง ๆ ไปหมดทุกค่ายตั้งแต่ สโตน เรคคอร์ดส พี่ฟอร์ดอัลบั้มแรก แกรมมี่ก็ไป sony ก็ไป ไปทุกที่จนกระทั่งมาจบที่ RS ไปจบที่ RS ได้ยังไง ?ดัง พันกร : จบที่ RS เพราะว่าก็เหมือนทุกที่ ๆ เราไปเทสต์เสียง แต่ว่า RS ก็จะเป็นที่ ๆ เขาถูกใจเราที่อื่นก็อาจจะยังไม่ถูกใจเรา RS ก็เหมือนอยู่โรงเรียนประจำ ?ดัง พันกร : ก็คล้าย ๆ กัน RS ก็จะมีความแบบดูแลศิลปิน อย่างคือเราก็เป็นโปรดักต์ ถ้าเราเป็นอะไรขึ้นมา อื่น ๆ ที่เขาทำมาทีมงานมากมายก็จะพังไปด้วย เหมือนดูแลเราเป็นพิเศษก็คือเขาก็จะมีห้ามแบบห้ามไปเที่ยวกลางคืน ห้ามทำอะไรไม่ดี ห้ามกินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่มีแฟนได้ก็ดี ห้ามเดินห้าง ไม่เรียกว่าห้ามหรอกแต่แค่เป็นสิ่งที่อยู่ในเหมือนศีล 5 ที่พระศาสนาพุทธ ถ้าอยู่ใน RS แล้วมันก็จะมีศีลเหล่านี้ เวลาไปทัวร์คอนเสิร์ตก็คือก็ห้ามออกจากห้องอย่างนี้ดีกว่าก็คือลงเครื่องก็เข้าโรงแรม เข้าโรงแรมเราก็จะมี AR ประกบ อยู่ในโรงแรมถึงเวลาทานอาหารก็ Room Service only ของดังอาจจะเด็กด้วยมั้ง ก็เลยรู้สึกว่าเขาก็จะดูแล ต้อง Room Service หรือบางทีมีสัมภาษณ์วิทยุ ก็ไปสัมาษณ์วิทยุแล้วก็กลับมาอยู่โรงแรม จนกระทั่งเราถึงเวลาเราจะเล่นแสดงคอนเสิร์ตในคลับในบาร์อะไรก็ว่ากันไป ห้ามได้ไหม ?ดัง พันกร : ห้ามได้ เพราะชอบนวดไง บางทีค่าเวลาเราก็ไปนวดไทยอยู่บนห้อง มองตัวเองเป็น introvert ไหม ?ดัง พันกร : ไม่นะ ผสมผสานกัน อาจจะเป็นคนสันโดษ สันโดษแต่ชอบสังคม มีมุมซ่าแต่มีมุมที่อยากให้ทุกคนมีความสุขด้วย ?ดัง พันกร : เป็นคนที่ get along กับทุกคน คิดว่าสิ่งเหล่านี้มันทำให้เราได้เห็นอะไรที่มันกว้างขึ้น ได้ไปเจออะไรที่มันหลากหลายตั้งแต่เราไปเรียนแล้ว ก็จะได้เห็นกลุ่มคนที่แตกต่างกันออกไป หลากหลายวัฒนธรรม แล้วก็ปรับตัวเราให้เข้ากับทุกสถานการณ์ที่เราอยู่ แล้วก็มองทุกอย่างให้มันเป็นเรื่องดี อันนี้จะพยายามไปตั้งแต่เด็กแล้วคือจะเป็นคนไม่ค่อยคิดมาก จะเป็นคนแบบธรรมะก็ช่วยเราเยอะ คือจะเป็นคนที่ทุกข์แล้วคิดอะไรให้มันสุข เจอทุกข์เข้ามาแล้วก็หาคำตอบมันให้ได้ ถามตัวเองว่าทุกข์เพราะอะไร แล้วถามต่อจนมันได้คำตอบที่ว่ามันไม่ทุกข์แล้ว เราก็ซ่านะแต่ในมุมที่ไม่ได้เบียดเบียนใคร ตัวตนของ ดัง พันกร เป็นแบบไหน ?ดัง พันกร : ทุกอย่างมันคือตัวตนของดังตั้งแต่เด็ก มันคือความเป็นตัวเราที่ทุกคนได้เห็นมา มันก็คือความจริงมันไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้น เพราะดังเชื่อว่าสิ่งที่มันสร้างขึ้น มันโกหกกันไม่ได้ความจริงมันคือความจริง ซ่ากับสันโดษไม่น่าไปด้วยกันได้เลย ?ดัง พันกร : เพราะว่าพลังงานที่เราส่งออกไปมันเยอะ เวลาเราเล่นคอนเสิร์ตหรืออะไรอย่างนี้ เราไม่รู้ตัวหรอกแต่เราสนุก แต่ว่าบางทีเราเล่นคอนเสิร์ตเสร็จเราจะอยู่มุมสันโดษแล้ว เพราะมันคือการเหนื่อยที่มาจากการโชว์ของเรา ก็จะไม่ค่อยได้เจอใครเพราะว่าจริง ๆ แล้วมันเหนื่อยอยู่ข้างใน จาก ดัง พันกร นักร้องที่เป็นสามีแห่งชาติมาเป็น แม่นายดัง มีจุดเปลี่ยนยังไง ?ดัง พันกร : มันก็คงเป็นจุดเปลี่ยนที่มันก็บอกยากเหมือนกันนะ มันก็อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัยเหมือนแฟชั่น ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบแฟชั่นเราก็จะตามแฟชั่นตลอดว่ามันเป็นยังไง บางทีมันก็เป็นการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคเทคโนโลยีที่มันเกิดขึ้น ยุคที่มันเป็นจากเทปมาเป็น MP3 จากหนังสือพิมพ์จากอะไรอย่างนี้ก็กลายเป็นโซเชียลเป็นออนไลน์ มันก็เริ่มจากตรงนั้น เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเราเองให้เข้ากับยุคเข้ากับสมัยด้วย เลยทำเป็นเพจขึ้นมา ซึ่งมันก็ต้องมีอยู่แล้วไว้อัปเดตผลงานว่าเราทำอะไรบ้าง ตารางงานมีอะไรบ้าง ก็เป็นช่องทางหนึ่งให้สำหรับแฟนเพลงของเราได้ติดตาม จุดไหนที่ทำให้รู้สึกว่าถูกใจคนดู ?ดัง พันกร : น่าจะเป็นจุดที่เราเล่นมุกต่าง ๆ คือเอาเรื่องอื่น ๆ มาผสม เพราะบางทีเราไม่ได้ทำงานเพลงอยู่ตลอดเวลา คือพยายามไม่ให้เพจมันหายไป พยายามโพสต์ทุกวันบางทีก็อาจจะเอาเรื่องอื่น ๆ มาใส่บ้าง เอาเรื่องตลกโปกฮาของเราหรือไม่ก็เป็นเป็นมุกขำ ๆ ขึ้นมาแล้วก็โพสต์ลงไป ก็กลายเป็นว่าคนก็ขำไปกับเราด้วย คนเข้าใจมุกเราแล้วก็ขำในสิ่งที่เรานำเสนอ ก็ enjoy กันมันก็เลยทำให้มีคนติดตามเรามากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวตนแม่นายเป็นอีกหนึ่งตัวตนที่เพิ่งจะตัดสินใจเดบิวเขาออกมาเหรอ ?ดัง พันกร : คือแม่นาย มันต้องให้ทุกคนทราบก่อนว่าเพจของดัง พันกร DK Official มีแอดมินอยู่ด้วย มันก็จะมีความเป็นความเป็นดัง บวกกับคาแรคเตอร์ของแอดมินก็คือทีมงานด้วย เพราะฉะนั้นคาแรคเตอร์แม่นายก็จะเป็นคาแรคเตอร์ที่วาไรตี้กว่า ดัง พันกร คือมันจะมีอีกรสชาติหนึ่งที่มันต่างออกไป แต่ว่าต้นตำรับก็คือ ดัง พันกร นั่นแหละ แต่ว่าใส่เสื้อผ้าไม่เหมือนกันในแต่ละวัน เพราะว่าเรามีแอดมินมาช่วยกันดูแลมีทีมงานดูแล ตัวจริง ๆ เป็นคนแบบไหน ?ดัง พันกร : ตัวจริง ๆ เหรอ ยังไม่รู้ว่าตัวปลอม ๆ เป็นยังไง (หัวเราะ) ก็เป็นคนปกติเหมือนทุกคนแหละ เหมือนกับด้วยอาชีพเรามันทำให้ต้องมีคนรู้จักเยอะ เป็นนักร้อง ความรู้สึกทุกอย่างมันเหมือนกับทุกคนที่ทำงาน แต่ว่ามันเป็นงานที่เรารัก มันก็เลยมีรู้สึกว่าเรามีความสุขกับการที่เราทำงาน การที่เราจะเป็นที่รู้จักหรืออะไรอย่างนี้ ถามว่าเป็นอุปสรรคไหมดังมองว่ามันคือสิ่งที่เราเลือกมาแล้ว มันคือแพ็คเกจที่เราอยากเป็น นักร้องอันนี้คือสิ่งที่เราถือว่าเรารับได้ อุปสรรคอะไรอย่างนี้ครับ ดราม่าที่เจอก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ?ดัง พันกร : เป็นเรื่องปกติ ถ้ายุคนี้เป็นเรื่องปกติแต่ตอนแรกเลย เจอข่าวไม่ดีเราก็จะเครียดเลย เพราะว่ากลัวทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ ออกไปข้างนอกแล้วมีคนคาดหวังว่าตัวเราจะเหมือนเพจ 100% รับมือยังไง ?ดัง พันกร : ไม่รับมือยังไงเลย ก็มายังไงก็ไปอย่างนั้น บางคนอาจจะคาดหวังว่าเราคงจะปากจัดกว่านี้ แต่ว่านั่นมันคือในเพจ เวลาใครเข้ามาแขวะเราอย่างนี้เราก็แขวะกลับ ถามว่า ดัง พันกร ปากจัดไหมก็ปากจัดบ้างก็เหมือนในเพจแหละ มันก็จะมีในบางอารมณ์แต่มันก็จะไม่ได้เป็นอย่างงั้นตลอดเวลา คิดว่าคนก็จะติดภาพเราในมุมที่เขาถูกใจมากกว่า คือบางคนชอบเราเวลาเราใช้คำพูดแบบปากจัดนิดหน่อย มันก็ทำให้เขามีรอยยิ้ม เขาจำภาพเราในมุมนั้น บางคนชอบเราในมุมเป็นนักร้อง ร้องเพลงก็เป็นมุมนั้น บางคนชอบเราในมุมของความสุภาพ ความเรียบร้อยก็จะเป็นในมุมนั้น เชื่อว่าภาพจำแต่ละคนก็คงเป็นหลากหลายรูปแบบแล้วแต่ว่าเขาชอบและจุดไหนที่เขาถูกใจเรา คิดว่าน่าจะเป็นตรงนั้นมากกว่า แต่คิดว่าหลัก ๆ น่าจะเป็นที่หน้าตาเพราะว่าหน้าตาดี (หัวเราะ) ชอบ ดัง พันกร ในเวอร์ชั่นไหนของตัวเองมากที่สุด ?ดัง พันกร : ชอบทุกเวอร์ชั่นเลย แต่ไม่ชอบเวอร์ชั่นตอนอายุเยอะ เพราะอยากจะหยุดมันไว้ตั้งแต่ตั้งแต่อายุ 20 กว่า ๆ ไม่ชอบตอนอ้วนด้วย เคยน้ำหนักขึ้นไปถึง 78 เหรอ ?ดัง พันกร : 78 ครับ แล้วก็จะจำไว้ตลอดชีวิตแล้วว่าฉันจะไม่มีวันกลับไปวันนั้นอีกแล้ว จะไม่มีใครได้เห็น ถ้ามีเมื่อไหร่เดี๋ยวจะเปิดขายพรีเซ็นเตอร์เลย (หัวเราะ) เพราะเราเป็นคนดูแลตัวเอง อาจจะเป็นช่วงที่เราสนุกกับชีวิตมาก จนเราลืม ไม่เคยอ้วนมาก่อน เพราะฉะนั้นเมื่อก่อนไม่ต้องมีตาชั่งเลย เพราะว่าจะกี่ปี ๆ มาชั่งก็เท่าเดิม จะกินมาเยอะแค่ไหนก็เท่าเดิม พออายุเยอะขึ้นมันก็มาโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัวเหมือนกัน ความอยากเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ไม่ว่าจะเรื่องแฟชั่น เรื่องเพจมันความสุขจริง ๆ ?ดัง พันกร : เหมือนกับเด็ก ๆ ที่เมื่อก่อนคนก็เจาะจมูกกันอย่างนี้ เราก็รู้สึกว่าเราก็เป็นสิ่งที่ให้เด็กเยาวชนเได้มองบ้าง แล้วได้เกิดแรงบันดาลใจ ถ้าเราเกิดอ้วนแล้วเราไปใส่กางเกงใครจะอยากใส่กางเกงตามเราหรือใครจะอยากดูอะไรเป็นแรงขับเคลื่อนที่ก้าวข้ามทุกอย่างไปเป็นคนแรก ๆ ?ดัง พันกร : คิดว่ามันคือสิ่งที่เราอยู่รอบ ๆ ตัวเรา เราอยู่กับแฟชั่นเยอะ บางทีเสื้อผ้ามันก็จะเป็นในภาพของแฟชั่นมากกว่า การใส่กระโปรงก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปเป็น transgender ก็ไม่ใช่ เราใส่กระโปรงเพราะรู้สึกว่ามันเท่ มันคือแฟชั่นของยุคนี้ซีซั่นนี้ ใส่แล้วมันออกมาเท่ เคยคิดว่าตัวเองขาดอะไรไหม ?ดัง พันกร : ไม่เคยถามตัวเองว่าตัวเองขาดอะไรไหม คือไม่ได้มองว่าชีวิตตัวเองมีอะไร ไม่ได้มองชีวิตตัวเองเป็นกราฟหรือว่าเป็นพายที่มันมีอะไรบ้างเลยไม่รู้สึกว่าตัวเองขาดอะไร รู้สึกว่าชีวิตเราก็ complete อยู่แล้วทุกวัน แต่ว่าสมมติไม่มีแฟน ถ้าเรื่องแฟนขาดแฟนไหม ถ้าเรามองว่าเราเป็นโสดคืออยู่กับตัวเองเราก็มองว่าเราไม่ขาด แต่ถ้าแล้วถ้าเราเริ่มเอ๊ะ ถ้าเราอยากมีเมื่อไหร่หรือว่ามีความรู้สึกว่าไปแอบชอบใครจะรู้สึกขาดทันที คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นมากกว่า เรื่องความรักมันจะขาดไม่ขาดมันอยู่ที่ว่าเราจะเจอใครคนนั้นมากกว่า มันไม่เจอมันก็เลยรู้สึกว่าไม่ขาด 46 ปีไม่เจอเลยเหรอ ?ดัง พันกร : อาจจะแค่เจอกันแต่ว่าไม่ได้ว่าเจอแบบอย่างนั้น มีมองผ่านคนนี้ คนนี้น่ารักจังเลยอะไรอย่างนี้ คนนี้ดีนะแต่ว่าคงเจอแค่นั้น ได้เจอแต่คนยังไม่ได้เจอความรักแบบอย่างนั้นจริง ๆ มากกว่า ก็คือตอนเด็ก ๆ ไม่เจอถึงขั้นที่คิดว่าตัวเองมีปัญหาแล้ว เคยถามตัวเองเหมือนกัน ไม่ได้ว่าตัวเองขาดนะ แต่เห็นคนอื่นเมีแฟนแล้วถามคำถามกลับว่าทำไมเราไม่มีล่ะ ดังแค่แฮปปี้ที่จะใช้ชีวิตแบบนี้และเอนเตอร์เทนแฟนคลับ และมี personal space ที่ให้ความอุ่นตัวเองได้เลย ?ดัง พันกร : คือดังเคยมาเด็กเพิ่งจะมาวิเคราะห์ตัวเองได้ไม่นานนี้ว่าเหตุผลมันคืออะไร ดังคิดว่าเมื่อก่อนมองว่าเราอาจจะเป็นคนที่ไม่ได้เป็นไทป์ที่จะมีแฟน คืออาจจะเป็นบุคลิกหรือการเติบโตมาอาจจะไม่เหมาะกับการจะมีแฟนตอนแรกคิดว่าเป็นอย่างนั้น ก็ไปศึกษาทุก ๆ สถาบันหมดเรื่องความรัก แต่พอเราโตมาอีกหน่อยแล้วก็เริ่มมาถามตัวเองมันเป็นเพราะอะไร คิดว่าจริง ๆ อาจเป็นเพราะเรามีความคาดหวังเยอะเกินไปหรือเปล่า Perfectionist อย่างนี้ คิดว่าอาจจะเลือกเยอะก็ได้ คืออาจจะมองว่าดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ดังเป็นคนที่เก็บดีเทล คนที่จะมาเราจะต้องถูกใจ เขาจะต้องหมดจดเลย สมมติว่าถ้าเจอกันครั้งแรกกินอาหารแล้วข้าวติดปากข้างบน ติ๊กออก หรือไปเที่ยวกันแล้วเต้นท่าแปลก ๆ ก็คืออาจจะลดคะแนนลงมาทันที หลัง ๆ ถ้าใครถามจะบอกถ้าคนที่ใช่ก็คือใช่แหละ ถ้าเจอคนที่มันแบบถูกชะตากันเจอกันเชอบเราเราชอบเขาก็แค่นั้นพอแล้ว คนที่เข้ามาต้องสบายขึ้นต้องไม่สบายน้อยลง ?ดัง พันกร : ถ้าสบายน้อยลงจะมีทำไม บางทีถ้าเรามองข้ามไป แล้วเรามองว่านิสัยได้เข้ากันได้นะ สุดท้ายดีเทลเหล่านี้มันก็ต้องกลับมาอีก แต่แม่นายเพจแม่นายก็ยังประกาศอยู่เรื่อย ๆ ?ดัง พันกร : คือลุคเราด้วยอาชีพด้วยอะไรอย่างนี้ มันจะมีความมั่นด้วยการเป็นนักร้อง ความมั่นใจสำคัญอยู่แล้ว แต่ในเรื่องความรักเราจะค่อนข้างซีเรียสนะ จะ Old fashioned นิดหนึ่ง ก็จะเป็นคนที่จริงจัง ภาพคนมองอาจจะคิดว่าเราก็ไปได้หมดแหละ ซึ่งไม่ใช่ จะมีความเป็น conservative นิดหนึ่ง มองภาพตัวเองมีคู่ไหม ?ดัง พันกร : มองไม่ออก คิดยังไงกับคำว่าคู่ชีวิต ?ดัง พันกร : ก็เหมือนดูละคร น่าจะเหมือนดูในละครมากกว่า คือไม่คิดว่าตัวเองจะมีคู่ชีวิตที่อย่างที่นักจิตของเราบอก ก็คิดว่าถ้ามีจะมีใคร คู่ชีวิตก็ต้องเป็นคนที่เรารู้สึกสบายตัว ลอยตัวมากกว่านี้ เคยทุกข์กับอะไรที่ทำพังบ้างไหม ?ดัง พันกร : ความทุกข์ก็เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ไง ปฏิบัติธรรมช่วยเราเยอะมาก ถามตัวเองถามจิตตัวเองมันคือการฝึกให้เราอยู่ได้บนโลกใบนี้ ถ้าคนนั้นสนทนาธรรมกับดังได้แบบลึกซึ้ง แล้วทำให้สบายตัวขึ้นก็เป็นไปได้ที่จะเริ่มเปิดใจ ?ดัง พันกร : ก็แค่เรื่องธรรมไง ถ้ามี 1 คำถามให้ถามอยากถามอะไรนักจิตบำบัดเกี่ยวกับตัวเรา ?ดัง พันกร : พี่ต้องมีแฟนหรือยังครับ (หัวเราะ) ก็ให้ถามนักจิตอีกทีหนึ่ง ดังเป็นโรคจิตไหม เป็นคนอยู่กับตัวเองได้ลึกและดีมาก ?ดัง พันกร : ต้องขอบคุณธรรมะจริง ๆ เลยเพราะว่าชอบศึกษา ตั้งแต่ตั้งแต่วัยรุ่น เริ่มตั้งแต่สวดมนต์ ทอดกฐินผ้าป่า จนกระทั่งมานั่งปฏิบัติวิปัสสนาอะไรอย่างนี้ แล้วมันก็ทำให้เราได้ handle กับเรื่องหลาย ๆ อย่างได้ง่ายขึ้น แทนที่เราจะไปกังวล หรือบางคนเจอปัญหาแล้วกระวนกระวายอย่างนี้ก็คิดใหม่ คิดอย่างนี้เราก็โล่งก็คิดอย่างนี้ดีกว่าไหม เวลามีปัญหาเราสามารถที่จะพูดคุย ?ดัง พันกร : ใช่ อยากจะบอกคือธรรมะมันคือ philosophy of life มันก็คือการฝึกให้อยู่กับตัวเอง บางคนฟุ้งอยู่ข้างนอกเยอะ แต่บางทีเราเจอปัญหาเราแก้ทันทีเลย ก็คือถ้าปัญหามาเราก็จะแก้อย่างนี้ เวลามีความทุกข์มาก็คิดให้มีความสุข อย่างเช่นคุณพ่อไม่อยู่แล้วเสียไปแล้วอย่างนี้ ก็บอกตัวเองว่าเราก็มีเลือดพ่อเลือดแม่อยู่ในตัวเรา พ่อก็ไม่ได้ไปไหนก็อยู่ในนี้แหละ เวลาคิดถึงพ่อก็ไม่ได้ไปไหน สามารถติดตาม "How Are You Feeling?" ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot, Facebook : Life Dot, Youtube : Life Dot เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่ สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot, Facebook: Life Dot, Youtube : Life Dot, IG : lifedot.official, TikTok : lifedot_official, Spotify : Lifedot_official อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ส่องโมเมนต์ ดาว พอฤทัย เซอร์ไพรส์วันเกิด เอ ดวงพร พร้อมเค้กสุดพิเศษ พี่สาวแห่งชาติ เอ-ดาว พร้อมใจใส่ชุด Cover เป็นแม่นาย ดัง พันกร ยืนหนึ่งสายซัพพอร์ต มูลนิธิบุณยะจินดา สดุดีวีรบุรุษ มอบรางวัลเกียรติยศ ครอบครัว น้องอรินทร์ หลังสูญเสียคุณพ่อ-คุณปู่เหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

GMMTV ประเดิมปีสุดปัง คว้า 5 รางวัล "Y UNIVERSE AWARDS 2025"
อ่าน

GMMTV ประเดิมปีสุดปัง คว้า 5 รางวัล "Y UNIVERSE AWARDS 2025"

เรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นปี 2026 อย่างสง่างาม สำหรับ GMMTV คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำของเมืองไทย ในเครือบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ที่ล่าสุดตอกย้ำความสำเร็จคอนเทนต์ระดับคุณภาพ คว้า 5 รางวัลจากงานประกาศรางวัล Y UNIVERSE AWARDS 2025 ที่มาในธีม I am what I am เพื่อส่งเสริมการเป็นตัวเองอย่างภาคภูมิใจ โดยมีนักแสดงคุณภาพ น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม, ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์, จิมมี่ จิตรพล โพธิวิหค, ซี ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ, จูเนียร์ ปณชัย ศรีอาริยะรุ่งเรือง, มาร์ค จิรันธนิน ตรัยรัตนยนต์, โอห์ม ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ, ปูน มิตรภักดี พร้อมด้วย โบว์ วิภาดา ศุภประชากร นักเขียนนิยายคุณภาพ เป็นตัวแทนเข้าร่วมงานและรับรางวัลในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ณ KBank Siam Pic-Ganesha ที่ผ่านมา GMMTV ประเดิมปีสุดปัง คว้า 5 รางวัล "Y UNIVERSE AWARDS 2025" ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25 สำหรับผลงานและนักแสดงจาก GMMTV หมวดซีรีส์ ประเภทยอดเยี่ยม (ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ) รางวัล ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม ได้แก่ซีรีส์ "สายรหัสเทวดา Perfect 10 Liners" โดยมี 2 หนุ่มสุดปัง จูเนียร์-มาร์ค เป็นตัวแทนขึ้นรับรางวัลด้วยความภาคภูมิใจ แล้วไปต่อกันที่หมวดซีรีส์ ประเภทยอดนิยม ตัดสินจากผลโหวต เริ่มด้วย สาขา The Best BL Series ได้แก่ซีรีส์ "ทำนายทายทัพ My Magic Prophecy " ที่งานนี้ 2 หนุ่มฮอต จิมมี่-ซี แท็คทีมกันมารับรางวัลท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นฮอลล์ แล้วไปต่อที่ สาขา The Best Couple ได้แก่สองสาวเคมีฟ้าประทาน "น้ำตาล-ฟิล์ม" ที่ควงแขนกันขึ้นรับรางวัลด้วยรอยยิ้มแห่งความปลาบปลื้ม หลังจากนั้นก็มาถึงรางวัลพิเศษ รางวัล ผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์ดีเด่น ได้แก่ "GMMTV" ซึ่งถือเป็นการคว้ารางวัลนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตอกย้ำมาตรฐานการผลิตคอนเทนต์ที่โดดเด่นสร้างสรรค์จนเป็นที่ยอมรับอย่างต่อเนื่อง โดยมีเหล่านักแสดง น้ำตาล-ฟิล์ม-จิมมี่-ซี-จูเนียร์-มาร์ค-โอห์ม-ปูน ยกทีมขึ้นรับรางวัลร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะไปปิดท้ายกับรางวัล หมวดนิยาย ประเภทยอดนิยม ตัดสินจากผลโหวตกับ สาขา ตัวละครยอดนิยม ได้แก่ตัวละคร "ทัพฟ้า" จากเรื่อง "ทำนายทายทัพ" โดยมี โบว์ นักเขียนนิยายเจ้าของบทประพันธ์ขึ้นรับรางวัลอันน่าภาคภูมิใจนี้ เรียกว่าความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นแรงใจสำคัญให้ทั้งเหล่านักแสดงและทีมงานเบื้องหลังของ "GMMTV" มุ่งมั่นพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพระดับพรีเมียม เพื่อส่งต่อความสุขและแรงบันดาลใจให้แฟนๆ ทั่วโลกได้ติดตามกันต่อไป

เฉิ่ม
ดู

เฉิ่ม

Project S The Series: ปิ้ว! ยิงปิ๊งเธอ
ดู

Project S The Series: ปิ้ว! ยิงปิ๊งเธอ

“ชาล็อต ออสติน” ขอบคุณทุกคำสอน และคำอวยพรจาก “บอสณวัฒน์”
อ่าน

“ชาล็อต ออสติน” ขอบคุณทุกคำสอน และคำอวยพรจาก “บอสณวัฒน์”

ชาล็อต ออสติน ขอบคุณทุกคำสอน และคำอวยพรจาก บอสณวัฒน์ หลังจากผ่านเรื่องราวมากมายทั้งสุขและเศร้าในช่วงที่ผ่านมา สำหรับสาว ชาล็อต ออสติน ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาเคลื่อนไหว โพสต์ข้อความร่ายยาวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวหลังวันเกิด พร้อมขอบคุณ บอสณวัฒน์ ในทุกคำสอน โดยระบุว่า หนูขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณะตรงนี้ของหนูชอบคุณคำสอน และคำอวยพรวันเกิดจากบอส @nawat.tv อย่างเป็นทางการอีกครั้งนึงนะ หนูในฐานะศิลปินภายใต้สังกัด MGI @missgrandthailand ที่ได้รับ โอกาสในการทำงานมากมายจากบอส และยังได้รับความรักดีๆจากพี่ๆทุกคนในบริษัท หนูได้ไปใช้เวลาตกตะกอนความคิดกับตัวเองในหลายวันที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนูได้มองเห็นถึงมุมมองความหวังดี และการให้โอกาสจากบอส/พี่ๆผู้ใหญ่ทุกคนในชีวิตการทำงานของหนูอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่า และเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตไปบนเส้นทางนี้ของหนูมากๆ รวมถึงยังสามารถเป็นประโยชน์ และให้ข้อคิดกับใครอีกหลายคนที่คอยติดตาม แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ของหนูด้วยเมื่อหนูได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างเต็มที่หลายวันนี้ หนูถึงตระหนักกับตัวเองได้ว่า จุดที่ใครก็เตือนคุณไม่ได้ อาจจะยังไม่แย่เท่ากับจุดที่ไม่มีใครอยากเตือนคุณแล้ว หนูจึงอยากใช้โอกาสก่อนวันสุดท้ายของปีจะมาถึง เพื่อขอบคุณบอส @nawat.tv อีกครั้งจริงๆค่ะสำหรับคำสอนที่ยังย้ำเตือนให้หนูรู้ว่าบอส ยังคงเป็นผู้ใหญ่ที่รัก หวังดี และให้โอกาสกับหนูเสมอมา ขอบคุณที่บอสยังคง เอ็นดูและคอยตักเตือนหนูนะคะ หนูสัญญาว่าปีใหม่ปีหน้าและปีต่อๆไป หนูจะตั้งใจพัฒนาตัวเอง เติบโตให้มากขึ้น และจะทำผลงานที่ได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ทุกๆท่านอย่างเต็มที่ในทุกๆครั้งที่มีโอกาสต่อไปค่ะ

กอด
ดู

กอด

ประวัติ อันดา อนันตา เตียวิรัตน์ ถือป้ายประเทศ พิธีเปิดซีเกมส์ SEA Games 2025
อ่าน

ประวัติ อันดา อนันตา เตียวิรัตน์ ถือป้ายประเทศ พิธีเปิดซีเกมส์ SEA Games 2025

ประวัติ อันดา อนันตา เตียวิรัตน์ อันดา อนันตา เตียวิรัตน์ เกิดวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2541 ที่กรุงเทพมหานคร ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยนครินทรวิโรฒ เอกการแสดง อันดา แจ้งเกิดและโด่งดังจากซีรีส์เรื่อง พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย ประกบคู่กับ ลูกแก้ว กมลลักษณ์ แสงทรัพย์สิน ช่วงปลายปี 2568 อันดา มีโอกาสได้เป็นศิลปินและนักแสดง 1 ใน 12 คน ที่เป็นตัวแทนแห่งมิตรภาพอาเซียน ร่วมถือป้ายประเทศ ในพิธีเปิดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 SEA Games 2025 อีกด้วย ประวัติ อันดา อนันตา เตียวิรัตน์ ด้านชีวิตในวงการบันเทิง อันดา อนันตา เริ่มต้นเข้าสู่วงการบันเทิง จากการเข้าร่วมการประกวดแข่งขันในโปรเจกต์ COSMOS ค้นหา Girl Group (เกิร์ลกรุป) หน้าใหม่ประดับวงการ T-POP จากสังกัด Star Hunter Entertainment และปัจจุบันเธอสังกัดนี้เช่นกัน ด้านชีวิตส่วนตัว อันดา อนันตา มีความสามารถด้านภาษาที่สื่อสารได้ เกาหลี, อังกฤษ และญี่ปุ่น ส่วนอาหารชอบ คือ ไอศกรีม, กาแฟ และ แซลมอน ผลงานละครโทรทัศน์ / ซีรีส์ พี่ว้ากคะ รักหนูได้มั้ย แอบหลงรัก เดอะซีรีส์ Secret Crush On You เพียงชลาลัย (นักแสดงรับเชิญ) ผลงานเพลง ในนามวง Cosmossun เพลง คลั่งรัก (Crazy) Cover เพลง หากวันนี้ (The Fireflies) เพลง ชอบใช่มะ! (YOU GET LUCKY) รางวัล Outstanding On-Screen Couple 2023 ASIA TOP AWARDS 2025 สาขา นักแสดงยูริดาวรุ่งยอดเยี่ยม ไอจี อันดา อนันตา @anda_anunta https://www.instagram.com/anda_anunta ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม anda_anunta

จิมมี่-ซี เตรียมแจกความฟิน ใน JIMMY SEA DREAMSCAPE FANCON เตรียมกดบัตร 11 ต.ค.นี้
อ่าน

จิมมี่-ซี เตรียมแจกความฟิน ใน JIMMY SEA DREAMSCAPE FANCON เตรียมกดบัตร 11 ต.ค.นี้

แรงไม่มีแผ่ว สำหรับ 2 นักแสดงเคมีคู่แท้ จิมมี่ จิตรพล โพธิวิหค และ ซี ทวินันท์ อนุกูลประเสริฐ จากซีรีส์กระแสฮอต ทำนายทายทัพ My Magic Prophecy จาก GMMTV คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำ ของเมืองไทย ซีรีส์ที่ทำแฟนๆ หัวใจเต้นแรงและลุ้นไปกับเส้นทางความรักจนติด X เทรนด์ทั้งในและต่างประเทศ ทุกสัปดาห์ ซึ่งหลังจากที่ซีรีส์จบลงทั้งคู่ไม่ปล่อยให้แฟนๆ รอนาน ตอกย้ำความแรง!! จับมือเตรียมเปิดประตูสู่ ดินแดนแห่งความฝันที่ทุกอย่างเป็นไปได้ของ จิมมี่-ซี ในงาน JIMMY SEA DREAMSCAPE FANCON โดย จิมมี่-ซี จะชวนทุกคนเดินทางเข้าสู่โลกแห่งความฝันที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ทุกคน ไม่เคยคาดฝันว่าจะได้เห็น จากทั้งสองคน ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแสดงบนเวทีอย่างที่ผ่านมา แต่คือการที่จะเผยให้เห็นมุมใหม่ๆ ผ่านเสียงเพลง เรื่องเล่า และโมเมนต์สุดพิเศษที่ชวนให้ตกหลุมรัก จิมมี่-ซี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางแสงสีเสียงตระการตา แฟนๆ จะได้เป็นส่วนหนึ่งและร่วมเก็บเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. ณ ยูเนี่ยน ฮอลล์ ชั้น F6 ศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์ สำหรับแฟนคลับทั่วโลกยังสามารถร่วมสนุก ได้แบบเรียลไทม์ไปกับการรับชมแบบ Live Streaming ผ่านทาง TTM LIVE ที่สามารถรองรับผู้ชมได้ ครอบคลุมทั่วโลก สำหรับผู้สนใจสามารถจับจองบัตรงาน JIMMY SEA DREAMSCAPE FANCON บนช่องทางออนไลน์ ในวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคมนี้ เริ่มเวลา 10:00 น. เป็นต้นไป เปิดจำหน่ายทุกที่นั่ง ทางออนไลน์ที่ www.thaiticketmajor.com เท่านั้น และ เปิดจำหน่ายบัตร ทุกช่องทางตามปกติ ในวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2568 เริ่มเวลา 10:00 น. เป็นต้นไป ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา, www.thaiticketmajor.com และ Call center โทร 0-2262-3456 โดยบัตรราคา 6,500 / 6,000 / 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท และดูสดผ่าน TTM LIVE บัตรราคา 1,500 / 1,200 บาท (ลิ้งค์และโค้ดรับชม) (กรณีต้องการรับบัตรพลาสติกที่ระลึก ชำระเพิ่ม 30/ใบ) หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiticketmajor.com หรือ www.facebook.com/gmmtvofficial Instagram X TikTok YouTube Weibo : GMMTV

ฤดูฝัน ฉันมีเธอ
ดู

ฤดูฝัน ฉันมีเธอ